ทำไมถึงต้องมีโหมดเครื่องบิน หรือ Airplane Mode บน iPhone
ใช้โหมดเครื่องบิน หรือ Airplane Mode ไม่ได้มีไว้เพื่อการโดยสารบนเครื่องบินเพียงอย่างเดียว ยังมีสถานการณ์อื่นๆที่ท่านควรรู้ในการใช้ Airplane Mode กับ iPhone ของท่าน
โหมดเครื่องบิน หรือ Airplane Mode
การใช้โหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode บน iPhone บางครั้งอาจมีไว้เพื่อการโดยสารบนเครื่องบิน เนื่องจากตามกฎเพื่อความปลอดภัยในการโดยสารเครื่องบินนั้น ได้มีการออกกฎไว้ว่า ผู้โดยสารห้ามใช้อุปกาณ์สื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในระหว่างเครื่องบินกำลังทะยานขึ้นหรือร่อนลงจอด ซึ่งเป็นไปตามระเบียบและข้อปฎิบัติของ Federal Aviation Administration (FAA) เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของผู้ควบคุมเครื่องบิน หรือ กัปตัน และไม่ให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องห้ามเหล่านั้นไปรบกวนการสื่อสารระหว่าง กัปตันกับหอบังคับการบินในระหว่างกำลังนำเครื่องทะยานขึ้นหรือนำเครื่องร่อนลงจอด แต่ประโยชน์อื่นๆ ของการใช้โหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้นั้นมีอีกมากมาย อาทิการยืดอายุการใช้งาน iPhone ของคุณให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น เนื่องจากโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode นั้นมีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำมากเนื่องจากมีการปิดวงจร และ ปิดการทำงานของเซนเซอร์ใน iPhone ทำให้ใช้พลังงานของ iPhone ของท่านน้อยลงไปด้วย ดังนั้นเราควรลองศึกษาข้อดีและวิธีการใช้โหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode บน iPhone ของท่าน
ช่องทางการสื่อสารที่ถูกปิดขณะใช้หมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode บน iPhone
- Cellular (voice and data)
- Wi-Fi
- Bluetooth
- GPS
- Location services
ท่านสามารถกลับมาเปิดใช้ Wifi และ Bluetooth ได้ขณะที่ใช้โหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode
วิธีการเปิดใช้งานโหมดเครื่องบิน หรือ Airplane Mode สำหรับ iPhone
ไปยังหน้าแรกหรือ Home Screen ของ iPhone ของท่าน เลือกคลิ๊ก Setting
เลือกเลื่อนเปิดใช้งาน Airplane Mode ด้านบนสุด
การประยุก์ใช้โหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode
การประยุกต์ใช้โหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode อื่นๆ
การใช้งานโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode ในระหว่างเที่ยวบิน
เมื่อเราโดยสารเครื่องบินพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะแจ้งให้ผู้โดยสารทุกคนปิดอุปกรณ์สื่อสาร และ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อเครื่องบินได้ไต่ถึงระดับความสูงเพดานบินมาตรฐานประมาณ 10,000 ฟุต จึงจะอนุญาตให้ผู้ใช้กลับมาใช้งานปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ iPhone ของคุณ เหล่านั้นได้ตามปกติ ซึ่งในบางเที่ยวบินท่านสามารถกลับมาใช้ยังโหมดการทำงานปกติ และเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ให้บริการในเที่ยงบินนั้น
การใช้งานโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode เมื่อไม่ต้องการถูกรบกวน
การใช้งานโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode จะหยุดการเชื่อมต่อ iPhone ของเรากับช่องทางการสื่อสารทั้งหมด ซึ่งวิธีนี้เป็นการประยุกต์ใช้งาน โหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode ในทางที่ดีทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว โดยปราศจากเสียงรบกวนใดๆจาก iPhone ของคุณ หรือท่านสามารถใช้งานโหมดนี้ในการประชุมที่มีความสำคัญ โดยไม่ต้องกังวลกับเสียงเรียกต่างๆของ iPhone ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ อีเมล หรือการสนทนา ซึ่งสิ่งทั้งหมดเหล่านี้ก็จะกลับมาเป็นปกติเมื่อคุณปิดใช้งานโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode
การใช้งานโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode ระหว่างการเดินทางต่างประเทศ
เพื่อป้องกันการใช้งานแบบโรมมิ่งของ iPhone ของคุณ ซึ่งการสื่อสารด้วยการโอนย้ายชั่วคราวหรือโรมมิ่งนั้นโรมมิ่งจะมีธรรมเนียมพิเศษข้ามเขตซึ่งค่อนข้างแพงมาก ท่านสามารถตั้งค่าโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode ในขณะที่เดินทางไปยังต่างประเทศได้ โดยการเปิดใช้งานเฉพาะเครือข่าย WIFI ท้องถิ่นในแต่ละประเทศซึ่งมีราคาค่อนข้างต่ำ และเป็นช่องทางที่มีราคาถูกที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับช่องทางอื่นๆ เมื่อคุณต้องการสนทนาก็สามารถใช้ Application ที่พูดคุยผ่านทาง VOIP เช่น LINE Viber หรือ Skype เพื่อการสนทนาและรับส่งข้อความได้ตามปกติเช่นเดิม
การใช้งานโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode ในขณะเล่นเกมหรือชมภาพยนตร์
คุณสามารถประยุกต์ใช้การใช้งานโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode สำหรับการเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกม หรือ ชมภาพยนต์ด้วย iPhoneของคุณโดยปราศจากการรบกวนใดๆ ทำให้คุณมีสมาธิกับเกม และ หนังเรื่องโปรด โดยไร้การรบกวนจากการแจ้งเตือน หรือการขัดจังหวะจากเสียงเรียกเข้าของ iPhone ของคุณ
การใช้งานโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode เพื่อประหยัดแบตเตอรี่
ในสถานการณ์ที่ iPhone แบตเตอรี่เหลือน้อย และไม่สามารถหาที่ชาร์จ iPhone ได้ การประยุกต์ใช้การใช้งานโหมดเครื่องบินหรือ Airplane Mode จะเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการใช้งานแบตเตอรี่ เนื่องจากโหมดนี้จะมีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำมากเนื่องจากจะมีการปิดวงจร และ ปิดการทำงานของเซนเซอร์บางตัว ทำให้ iPhone ใช้พลังงานน้อยลง เมื่อต้องการสื่อสารจึงปิดโหมดเครื่องบิน และใช้งาน iPhone ตามปกติ และกลับมาเปิดการใช้งานโหมดเครื่องบินเพื่อประหยัดพลังงานอีกครั้งหนึ่ง
ขอบคุณที่มาจาก : http://gadgetnations.com/








0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น